วันศุกร์ที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2557

มั่นใจใส่สกอร์ (23-25 ส.ค.57)

     “มั่นใจใส่สกอร์” เป็นการนำเสนอการวิเคราะห์และทำนายผลการแข่งขันฟุตบอลทั้งไทยและต่างประเทศ โดยเฉพาะพรีเมียร์ลีกอังกฤษ แบบง่ายๆ ไม่เน้นสาระแต่พิจารณาตามหลักความเป็นไปได้ตามสภาวการณ์ในช่วงนั้นๆ และขอย้ำอย่างชัดเจนว่าไม่สนับสนุนให้เป็นแนวทางในการนำข้อมูลไปใช้เพื่อหารายได้พิเศษครับ

ไทยพรีเมียร์ลีก
เสาร์ที่ 23 สิงหาคม 2557
ปตท.ระยอง เอฟซี
ชัยนาท ฮอร์นบิล 
ยิงกันกระจายเสมอกันไป
3 : 3
ราชบุรี มิตรผล เอฟซี
สงขลา ยูไนเต็ด 
แฮร์เบอร์ตี้โชว์
3 : 1
เชียงราย ยูไนเต็ด
แบงค็อก ยูไนเต็ด 
เจ้าบ้านเก็บชัย
2 : 1
ชลบุรี เอฟซี
SCG เมืองทองฯ
ฉลามลุ้นแชมป์กัดกิเลนหมดลุ้น
2 : 0
บางกอกกล๊าส เอฟซี
ทีโอที เอสซี
เล่นในบ้านต้องสามแต้ม
1 : 0
อาทิตย์ที่ 24 สิงหาคม 2557
สมุทรสงคราม
โอสถสภา
รับสภาพนะปลาทู
1 : 2
สุพรรณบุรี เอฟซี
ศรีสะเกษ เอฟซี
สบายสไตล์หนุ่มสุพรรณ
3 : 0
บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด
อาร์มี่ ยูไนเต็ด
เชื่อใจป๋าเนจัดเต็ม
4 : 0
บีอีซี เทโรศาสน
เพื่อนตำรวจ
หมดลุ้นแชมป์อีกทีม
1 : 1
แอร์ฟอร์ซ เซ็นทรัล
สิงห์ ท่าเรือ
หนีตายสุดชีวิตชี้ไปที่เจ้าบ้าน
2 : 1


พรีเมียร์ลีก อังกฤษ
เสาร์ที่ 23 สิงหาคม 2557
แอสตัน วิลล่า
นิวคาสเซิ่ล
เจ้าบ้านเฉือนหวิว
2 : 1
คริสตัล พาเลซ
เวสต์แฮม
จืดสนิท
0 : 0
เซาธ์แฮมป์ตัน
เวสต์บรอมวิช
นักบุญเก็บชัยสบาย
2 : 0
สวอนซี
เบิร์นลี่ย์ 
รับน้องใหม่กันต่อไป
2 : 0
เชลซี
เลสเตอร์ 
สิงห์กัดคอจิ้งจอกขาด
3 : 0
เอฟเวอร์ตัน
อาร์เซน่อล 
เจ๊าสนุก
2 : 2
อาทิตย์ที่ 24 สิงหาคม 2557
ท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์
ควีนส์ปาร์ค เรนเจอร์
รับขวัญนายเก่าเอาไป 2 เม็ด
2 : 0
ฮัลล์ ซิตี้
สโต๊ค ซิตี้
จืดอีกคู่
1 : 1
ซันเดอร์แลนด์
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
คิงหลุยส์ยังไม่เข้าที่
1 : 1
จันทร์ที่ 25 สิงหาคม 2557
แมนฯ ซิตี้
ลิเวอร์พูล
แชมป์เก่าเฉือนหวุดหวิด
2 : 1

ดูฟุตบอลให้สนุกนะครับ

พรีเมียร์ลีก 2014-15 (ตอนที่ 1)

        หลังเกมการแข่งขันในนัดแรกของฤดูกาลผ่านพ้นไป แม้อาจจะยังมองไม่เห็นภาพที่ชัดเจนว่าใครจะมีโอกาสเป็นแชมป์พรีเมียร์ลีกอังกฤษมากที่สุด แต่ก็เชื่อได้ว่าทีมที่มีโอกาสสัมผัสถ้วยในตอนจบมีเพียงไม่กี่ทีม

          แมนเชสเตอร์ ซิตี้ แชมป์เก่า
          ลิเวอร์พูล รองแชมป์
          เชลซี ของเฮียมู
          อาร์เซน่อล แชมป์เอฟเอคัพปีล่าสุด
          และ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กับนายใหม่

          นอกจากทีมที่กล่าวมานี้ ที่เหลือคงเป็นเพียงตัวประกอบที่จะทำให้เนื้อหาของเรื่องได้อรรถรสและจบลงอย่างสมบูรณ์แบบ

          ผมลองวิเคราะห์โอกาสและความเป็นไปได้ในสิ่งที่จะเกิดขึ้นในฤดูกาลนี้ โดยแบ่งทีมทั้งหมดออกเป็น 4 กลุ่ม คือ กลุ่มลุ้นแชมป์, กลุ่มลุ้นพื้นที่ไปยุโรป, กลุ่มกลางตาราง และกลุ่มหนีตกชั้น

กลุ่มลุ้นแชมป์
          ในกลุ่มลุ้นแชมป์ผมมองว่ามี 5 ทีมดังที่เสนอไปตอนต้น แต่หากถามว่าใครจะเป็นแชมป์ในฤดูกาลนี้ ผมมองว่าเป็นทีมสิงโตน้ำเงินคราม “เชลซี” โดยมีปัจจัยหลายอย่างไม่ว่าจะเป็นตัวผู้จัดการทีมเอง ซึ่งไม่ต้องบอกเลยว่าคุณสมบัติเขาเป็นอย่างไร แม้ฤดูกาลแรกของการคัมแบ็คจะไร้ถ้วย แต่ด้วยกึ๋นของมูริญโญ่ เชื่อว่าฤดูกาลนี้มีแน่อย่างน้อย 1 ถ้วย อีกทั้งการเสริมทีมที่ได้ใจอย่างแรง ตรงตามตำแหน่งที่ต้องการ โดยเฉพาะกองหน้าตัวเป้าที่ได้ ดีเอโก้ คอสต้า มาจากแอตฯ มาดริด ซึ่งฤดูกาลที่แล้วจุดนี้คือปัญหาใหญ่ของทีม กองหน้าฝากความหวังไม่ได้ ตอร์เรส, เอโต้ หรือ เดมบ้า บา ไม่ใช่คำตอบที่ดี อีกทั้งตัวที่ได้มาทั้ง ฟิลิปเป้ ลุยส์, เชส ฟาเบรกาส,ตีโบ กูร์ตัว หรือ การกลับมาของ ดิดิเยร์ ดร็อกบา พวกนี้ได้มาสามารถใช้ได้เลยไม่ต้องปรับตัว และถือเป็นกำลังสำคัญในการแข่งขันระยะยาว





          ส่วนเต็งสองขอยกให้เป็นแชมป์เก่า "แมนเชสเตอร์ ซิตี้" เหตุที่ตกลงมาเป็นเต็งสองผมมองโดยภาพรวมมากกว่า เนื่องจากผู้เล่นส่วนใหญ่ยังเป็นชุดเดิม เพราะที่ได้มาใหม่อาจเป็นแค่กำลังเสริม เช่น ที่ได้มาฟรีอย่าง แฟร้งค์ แลมพาร์ด หรือ บาแกรี่ ซานญ่า และกองหลังค่า 32 ล้านปอนด์ เอเลียเควียม ม็องกาลา ที่คงต้องใช้เวลาพอสมควรในการปรับตัว ส่วน เฟอร์นานโด กองกลางชาวบราซิลไม่ชัวร์ว่าจะเป็นตัวหลักหรือไม่ เพราะคู่กลางน่าจะเป็นยาย่า ตูเร่ กับ เฟอร์นานดิญโญ่ มากกว่า ความสัมพันธ์ภายในทีมอาจจะลงตัวอยู่แล้ว เพียงแค่ความกระหายและความโรยของผู้เล่นคนสำคัญอย่างยาย่า ตูเร่ อาจเป็นจุดสำคัญที่จะทำให้พลาดแชมป์ก็เป็นได้


            เต็งสามอาจดูแปลกไปหน่อย ผมเลือก “แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด” ที่เชื่อว่าปีนี้จะกลับมา แม้อาจจะไม่ถึงตำแหน่งแชมป์ แต่กับพื้นที่ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก น่าจะทำได้ เสริมทีมพอใช้ได้แม่แต่ละคนค่าตัวจะเกินจริงไปหน่อย อันเดร์ เอร์เรร่า (29 ล้านปอนด์), ลุค ชอร์ (31.5 ล้านปอนด์) และล่าสุด มาร์กอส โรโฮ (16 ล้านปอนด์) พร้อมแถมนานี่กลับลิสบอนบ้านเก่าไปด้วย (ได้ยินว่าแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดจ่ายค่าเหนื่อยให้นานี่เองด้วย) ที่ยกให้แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดเป็นเต็งสามผมมอบเครดิตให้บารมีของ หลุยส์ ฟาล กัล เพียงคนเดียว จะด้วยประสบการณ์ ความสามารถในเรื่องแทคติก การควบคุมผู้เล่น รายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ พร้อมแนวทางการเล่นที่เน้นไปแบบทีละเกม แม้ว่าจะออกตัวด้วยความพ่ายแพ้สวอนซีคาบ้าน แต่เมื่อไหร่ที่คิงหลุยส์จับทางการเล่นในแบบฉบับผู้ดีได้ เมื่อนั้นผีจะคืนชีพ



          เต็งสี่ปีนี้เหมือนเดิม ไอ้ปืนใหญ่ “อาร์เซน่อล” แม้ว่าจะเริ่มฤดูกาลด้วยการอัดแมนเชสเตอร์ ซิตี้ 3-0 พร้อมซิวถ้วยการกุศล และเปิดสนามพรีเมียร์ลีกด้วยการเฉือนทีมไร้โค้ชอย่างคริสตัล พาเลซไป 2-1 แต่นี้เป็นเพียงการเริ่มต้น ซึ่งฤดูกาลที่แล้วแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนในเรื่องของการแผ่วปลาย แม้จะได้ชื่อว่าครองตำแหน่งจ่าฝูงนานที่สุด แต่สุดท้ายได้เพียงอันดับที่ 4 แม้ว่าจะมีการเสริมทัพอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ทั้งอเล็กซิส ซานเชส, มาติเยอ เดบูร์ชี่,คัลลั่ม แชมเบอร์ และ ดาวิด ออสปิน่า ถือเป็นการเสริมทัพที่ดี แต่ยังไม่ดีพอ เพราะตำแหน่งที่ขาดไปจริงๆ แล้วคือ กองหน้าตัวเป้า ที่ทีมปืนใหญ่ยังไม่สามารถหาใครทดแทนได้เลยตั้งแต่ยุคของเธียรี่ อองรี จะเป็นชีรูด์หรือซาโนโก้ ไม่ใช่นักเตะที่ดีพอที่จะเป็นตัวความหวังให้กับทีมที่จะเป็นแชมป์ ถ้าได้กองหน้าที่สามารถยิงประตูได้มากกว่า 20 ประตูต่อฤดูกาล ค่อยว่ากันในเรื่องแชมป์



          ส่วนแฟนหงส์แดง "ลิเวอร์พูล" ไม่ต้องน้อยใจเพราะที่ผมยกให้เป็นเต็งห้านั้นมีหลายสาเหตุ อย่าลืมว่าฤดูกาลที่แล้วที่ได้รองแชมป์นั้นลิเวอร์พูลไม่มีเกมยุโรปจึงสามารถเน้นเกมในประเทศได้อย่างเต็มที่ อีกทั้งการเสียศูนย์หน้าหมายเลขหนึ่งอย่าง “เทพกัด ซัวเรส” คงยากที่จะหาใครมาทดแทน แถมการซื้อผู้เล่นใหม่ยังเป็นแบบหว่านแหซะมากกว่า ได้มามากก็ต้องดูว่าปลาตัวไหนจะสร้างประโยชน์มากที่สุด ริกกี แลมเบิร์ด,อดัม ลาลาน่า, เอมเร่ ชาน, ลาซาร์ มาร์โควิช, เดยัน ลอฟเรน, ฮาเวียร์ มากวินโญ่ และล่าสุดกับ อัลเบร์โต้ โมเรโน่ แบ็กซ้ายจากเซบีญ่า แถมล่าสุดกับข่าวเกรียนโอ้ มาโรเตลลี่ ที่น่าจะเป็นไปได้ ดูรายชื่อแล้วไม่น่าจะเกิน 3 รายที่จะเป็นตัวหลักของทีม คงต้องใช้เวลากับเกมมากหน่อยถึงจะลงตัว  การทีมีโปรแกรมมากขึ้น ผู้เล่นใหม่หลายคน การหายไปของซัวเรส รวมทั้งสังขารของนักเตะตัวหลักบางคน คงเป็นเหตุผลหลักที่จะทำให้หงส์แดงอาจจะมีฤดูกาลที่ไม่ดีเหมือนเดิม




          นี่คือการวิเคราะห์ทีมในกลุ่มลุ้นแชมป์ที่หน้าตาของตารางการแข่งขันอาจเป็นเช่นนี้ครับ
                   แชมป์                เชลซี
                   รองแชมป์            แมนเชสเตอร์ ซิตี้
                   อันดับ 3              แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
                   อันดับ 4              อาร์เซน่อล
                   อันดับ 5              ลิเวอร์พูล

วันอังคารที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2557

Dream Team

         เชื่อเหลือเกินว่าบุคคลทั่วไปที่ติดตามกีฬาฟุตบอลไม่ว่าจะด้วยทางใดก็ตาม ทั้งเป็นผู้เล่น ผู้ดู ผู้อ่าน ผู้ติดตาม แฟนบอล หรือ เล่นเกม ต่างก็มีความฝันที่จะมีทีมฟุตบอลเป็นของตัวเอง เป็นผู้จัดการทีมเอง และสามารถเลือกตัวผู้เล่นได้ตามความต้องการด้วยตนเอง

          ซึ่งนอกเหนือจากการทำหน้าที่ผู้บริหารสโมสรฟุตบอล ผู้จัดการทีมหรือผู้ฝึกสอน ที่มีอำนาจในการซื้อขายผู้เล่นที่ต้องการเพื่อทีมของตัวเอง เราบุคคลทั่วไปก็มีความต้องการเช่นนั้นเหมือนกัน

          ทุกคนมีผู้เล่นในดวงใจ อยากให้ผู้เล่นเหล่านี้มาอยู่ทีมเดียวกัน ความจริงมันเป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว นอกเสียจากการเล่นเกมที่มีผู้สร้างมากมายได้ทำขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการสำหรับนักเล่นทั้งหลายที่อยากเป็นผู้จัดการทีมฟุตบอล

          วินนิ่ง, ฟีฟ่า, CM(Championship Manager) หรือ FM(Football Manager) เหล่านี้คือตัวอย่างเกมที่อย่างเราคนทั่วไปสามารถทำตามฝันของตัวเองได้ในการจัดทีมแข่งเหมือนจริง

           Dream Team คือทีมในฝัน ตัวผมเองก็มีผู้เล่นในดวงใจมากมาย ซึ่งนักเตะบางคนก็เป็นแรงบันดาลใจให้ผมในการเชียร์ทีมนั้นๆ ด้วย หรือ เป็นต้นแบบในการนำเอาเทคนิคความสามารถที่เขามีมาปรับใช้กับตัวเองในการเล่นฟุตบอลบ้าง โดยที่ผู้เล่นในดวงใจของผมสามารถนำมาสร้างเป็นทีมฟุตบอลได้ดังนี้ครับ


ผู้รักษาประตู : Edwin Van De Sar
          เอ็ดวิน วาน เดอร์ ซาร์ ผู้รักษาประตูตำนานทีมชาติฮอลแลนด์ เป็นผู้เล่นที่ผมประทับใจมากจากรูปร่างที่สูงยาวพอดีกับตำแหน่ง ความเป็นผู้นำ และการวางตัว ลีลาการเซฟที่พุ่งเหยียดทั้งตัวยังติดตาผมอยู่จนถึงทุกวันนี้ จากตำนาน Ajax แล้วมาอิตาลีกับ Juventus จนมาพักที่อังกฤษกับสโมสรเล็กๆ อย่าง Fulham สุดท้ายได้เป็นตำนานอีกหน้าหนึ่งของ Manchester UTD หลังจากหาทายาทปีเตอร์ ชไมเคิ่ลมานาน

 

เซนเตอร์ฮาล์ฟ : Nemanja Vidic
          จากนักเตะเซอร์เบียที่ไม่มีใครรู้จักจนกลายเป็นปราการหลังพันธุ์แกร่งที่ทีมผีแดงขาดไม่ได้ การเข้าบอลดุดัน หนักหน่วง เล่นด้วยสมอง ความเป็นผู้นำเป็นเลิศ เชื่อเหลือเกินว่า Manchester UTD คงต้องใช้เวลาพอควรกับการตามหาผู้เล่นอย่างเขา




เซนเตอร์ฮาล์ฟ Jonatharn Woodgate
          กองหลังที่เล่นด้วยมันสมอง ครั้งหนึ่งเคยเป็นดาวรุ่งที่น่าจับตามอง เป็นกัปตันทีม Leed UTD ตั้งแต่ยังหนุ่ม มาดนุ่มๆ ทรงบอลนิ่มๆ อ่านทางบอลเยี่ยม สไตล์นี้ผมชอบมาก ข้อเสียอย่างเดียวคือกระดูกเปราะ เจ็บบ่อยมาก เป็นอุปสรรคสำคัญที่ทำให้เขาไปไม่ถึงจุดสูงสุดในอาชีพซักที



แบ็กซ้าย : Silvinho
          เขาคือนักเตะ Arsenal ที่ผมชื่นชอบมากในตำแหน่งนี้ วิ่งขึ้นลงไม่มีหมด ขยัน และเล่นตามแท็กติกที่โค้ชสั่ง แถมมีลูกยิงสวยๆ ให้เห็นบ้าง แม้เขาจะอยู่กับทมปืนใหญ่ได้เพียง 2 ปี ก่อนเสียตำแหน่งตัวจริงให้กับดาวรุ่งพุ่งแรงในช่วงนั้นอย่างแอชลี่ โคล แต่ภาพความประทับใจในการลงเล่นทุกครั้งยังอยู่ในความทรงจำของผมเสมอ


 
แบ็กขวา : Daneil Alves
          แบ็กขวารายนี่ประทับใจมากตั้งแต่สมัยอยู่เซบี่ย่าแล้ว การเปิดบอลจากด้านข้างที่ได้ลุ้นตลอด รวมทั้งลูกฟรีคิกที่เชื่อได้ (ในช่วงนั้น) เกมการบุกที่ลื่นไหล ขึ้นบอลทางเขาเมื่อใดได้ลุ้นเมื่อนั้น แม้ว่าในตอนนี้จะอยู่ในช่วงท้ายๆ ของการค้าแข้งในวัยเข้าเลขสาม แต่เชื่อเหลือเกินว่าฝีมือระดับเขายังสามารถเล่นกับทีมใหญ่ๆ ได้อย่างสบาย                       (น่าจะได้ย้ายจากบาร์เซโลน่า)



กองกลาง : Juan Sebastian Veron
          แม้ว่าแฟน Manchester UTD จะมองว่าเขาเป็นผู้เล่นที่ไม่คุ้มค่าตัว (28.1 ล้านปอนด์) แต่ถ้ากลับมาดูฟอร์มการเล่นของเขาเมื่ออยู่ที่อิตาลีกับทั้ง Lazio และ Parma แล้วจะเห็นว่าเป็นผู้เล่นที่อัจฉริยะคนหนึ่งของโลก ทั้งการเปิดบอลยาว แทงบอลสั้นทะลุช่อง ฟรีคิกที่เชื่อได้ จังหวะการวิ่งกับก้าวยาวๆ และความขยันที่เป็นเลิศ นี่แหละนักเตะที่หลายทีมอยากมีไว้อย่างแน่นอน



กองกลาง : Juninho
          “เล็กพริกขี้หนู” คงเป็นสิ่งที่สามารถเทียบได้กับผู้เล่นคนนี้ เพราะเขาถือเป็น Idol ของผมเลย และนักเตะทีมชาติบราซิลคนนี้ก็เป็นผู้ที่ทำให้ผมกลายเป็นแฟนบอลขอทีมเล็กๆ อย่าง Middlesbrough โดยไม่รู้ตัว รูปร่างเล็ก(ไม่ถึง 170 cm) รวดเร็ว ทุ่มเท เล่นบอลด้วยสมอง หลบหลีกการเข้าสกัดได้อย่างยอดเยี่ยม หลายคนคงไม่รู้จักนักเตะคนนี้ แต่สำหรับผมเขาคือตำนาน


ปีกขวา : David Beckham
          คงไม่ต้องสาธยายกับนักเตะคนนี้ เพราะไม่ว่าเขาจะทำอะไร ทุกคนจะได้รู้ความเคลื่อนไหวของเขาตลอดเวลา หลายคนชอบเขาที่หน้าตา แต่กับตัวผมแล้ว ผมชอบเท้าขวาเขามาก การวางบอลยาวที่แม่นยำ ฟรีคิกปิดวิญญาณ ความขยันเป็นเลิศ และเป็นคนที่รู้ในความสามารถของตน Beckham เป็นนักเตะที่ไม่ได้เล่นได้อย่างไหลลื่น ไม่พลิ้ว ไม่เก่งในการเลี้ยงบอล แต่เขาใช้ความสามารถที่มีจากเท้าขวาให้เกิดประโยชน์สูงสุด



ปีกซ้าย : Robert Pires
          การเลี้ยงบอลที่เชื่องเท้า การเปิดบอลจากเส้นหลังที่คมกริบ นี่คือคุณสมบัติที่ดีของผู้เล่นในตำแหน่งปีก แม้ว่าความเร็จอาจจะไม่เท่าไหร่ แต่ด้วยความสามารถข้างต้นทำให้หนึ่งในผู้เล่นที่ดีที่สุดของ Arsenal เป็นผู้เล่นในดวงใจของผมอีกหนึ่งคน




กองหน้า : Teddy Sheringham
          เป็นกองหน้ามันสมองที่ได้ทั้งบู๊และบุ๋น ยิงได้จ่ายได้ โหม่งเยี่ยม เวลาผมดู Sheringham เล่นแล้วสบายตามาก ให้บอลง่ายๆ ไม่ฝืนไปได้ก็คืน ซึ่งเป็นการเล่นของกองหน้าที่ไม่เห็นแก่ตัว โดยเฉพาะการได้จับคู่กับกองหน้าอันดับของผมอย่าง....




กองหน้า : Jurken Klinsmann
          นี่คือคนสุดท้ายที่ผมจะพูดถึง แม้ตอนนี้บทบาทของเขาจะเป็นเทรนเนอร์ให้กับUSA แต่ลีลาการพุ่งเป็นหลาวเป็นปลาฉลามของเขายังติดตาผมอยู่จนถึงทุกวันนี้ กับฉายาฉลามขาวไม่ได้มาง่ายๆ แม้ว่าจะถูกตราหน้าว่าเป็นกองหน้าจอมพุ่ง(เอาจุดโทษ) แต่ประสิทธิภาพการทำประตูของเขาได้พิสูจน์แล้วว่าเป็นของจริง 47 ประตูกับทีมชาติเยอรมัน 238 ประตูกับการเล่นฟุตบอลอาชีพ 542 นัด แต่ที่อยู่ในความทรงจำของผมมากที่สุดคือสมัยที่เล่นให้กับ Tottenham Hotspur ทั้งสองรอบ ซึ่งครั้งหนึ่งเคยมีคู่พาร์ทเนอร์ที่อันตรายที่สุดในเวทีพรีเมียร์ลีกอย่าง Klinsmann & Sheringham