ในฐานะที่ผมมีความชอบและความรักในกีฬาประเภทนี้
ซึ่งมันเริ่มตั้งแต่เมื่อใดก็ไม่อาจทราบได้ รู้เพียงว่าได้ติดตาม ใกล้ชิด
ทั้งในฐานะผู้เล่น ผู้ชม หรือผู้อ่าน มานานมากแล้ว มากจนไม่อาจจะทอดทิ้งหรือแกล้งลืมมันไปได้
จะด้วยเหตุผลใดก็ตาม ความฝันของตัวเองที่ยังคงค้างคาอยู่ในใจมานานว่าโตขึ้นอยากเป็นอะไร
ผมเองเคยตอบคำถามนี้กับตัวเองว่า เป็นอะไรก็ได้ที่ได้อยู่ใกล้ชิดในสิ่งที่เรารัก
นั่นคือ “ฟุตบอล”
ถึงตอนนี้ฝันของผมจะยังไม่อาจเป็นจริงได้
แต่การได้นั่งชมการแข่งขันในสนาม การอ่านหนังสือพิมพ์ นิตยสารที่เกี่ยวข้อง
การได้สนทนาภาษาลูกหนังกับเพื่อนกลุ่มเดียวกัน
มันก็คือความสุขที่สามารถทำได้และมันไม่ไกลจากความฝัน
งานเขียน
เป็นอีกหนึ่งอย่างที่ผมต้องการจะทำ แม้จะไม่มีประสบการณ์ ไม่มีทักษะ
มีเพียงความรู้เบื้องตันกับการเขียนเรียงความตั้งแต่สมัยเรียนประถมศึกษา
ว่าจะต้องมี คำนำ เนื้อเรื่อง สรุป แต่ในส่วนตัวเชื่อเหลือเกินว่างานเขียนมันมีมากกว่านั้น
ไม่มีใครจะมาตรวจสอบเราว่าเราใช้ภาษาถูกต้องหรือไม่
มีกระบวนการตามหลักภาษาไทยหรือเปล่า ในการอ่านหนังสือหรือบทความต่างๆ
ผมเชื่อว่าหลายคนสนใจที่เนื้อหา หรือสิ่งที่ผู้เขียนต้องการสื่อถึงหรือนำเสนอออกไป
ความรู้สึกของผู้อ่านหลังจากได้ซึมซับงานเขียนของเรานั่นต่างหากคือคำตอบของเราว่างานเขียนของเราดีหรือแย่อย่างไร
งานเขียนของผมทุกชิ้นต่อจากนี้
จึงเป็นสิ่งที่ผมต้องการนำเสนอในสิ่งที่ผมเรียกมันว่า “ความรัก” ที่มีให้กับ “ฟุตบอล”
มันจะเป็นมุมมองของผมอีกด้านหนึ่งซึ่งอาจจะเหมือนหรือต่างจากคอลัมป์นิสมืออาชีพอีกหลายท่าน
แต่เชื่อเหลือเกินว่ามันจะสามารถสร้างรอยยิ้มและความสุขให้กับผู้อ่านได้
จุดเริ่มต้นของความรักต่อกีฬาชนิดนี้
ผมเองไม่อาจจำได้ รู้เพียงว่าผมโตมากับกีฬา พ่อผมเป็นครูพละ ผมติดตามพ่อผมไปทุกที่ที่มีกีฬา
และพ่อเองก็คุมกีฬาโรงเรียนหลายประเภท ฟุตบอล วอลเลย์บอล กรีฑา พ่อทำหมด
โดยเฉพาะมวย ทั้งมวยไทยและมวยสากลสมัครเล่น
ผมจำได้ว่าพ่อคุมมวยสากลไปแข่งระดับเขตหลายครั้ง
(แทบทุกปี) จนไปถึงในระดับกีฬาแห่งชาติ ผมก็มีโอกาสเป็นผู้ติดตาม 2 ครั้ง (สุราษฎร์ธานีกับสุพรรณบุรี)
ผมภูมิใจในตัวพ่อผมนะ
แม้หลายคนอาจจะบอกว่าครูพละทำงานสบาย มีแต่ซ้อมกับแข่ง ไม่ค่อยสอนแต่เพราะพ่อผม
ทำให้เกิดดาวเด่นด้านกีฬาที่พัฒนาตัวเองไปจนติดทีมชาติหลายคน (ไม่ขอเอ่ยนามครับ)
เหตุที่ผมคลุกคลีกับพ่อผมมาแต่เล็ก
ดังนั้น เชื้อไวรัสที่เรียกว่ากีฬาจึงติดตัวผมมาตั้งแต่เกิด ผมเล่นกีฬาได้หลายชนิด
แต่ที่ทำได้ดีที่สุดคือฟุตบอล แม้จะตัวเล็กแต่อาศัยลูกขยันพัฒนาตัวเองจนเพื่อนๆ
พี่ๆ ยอมรับ
ผมได้รับโอกาสหลายครั้งจากพ่อ
ที่คุมทีมที่มีผมอยู่ด้วย แต่เชื่อหรือไม่ว่าทุกทัวร์นาเม้นท์ที่พ่อคุมทีม
ผมจะเป็นเพียงตัวสำรองเท่านั้น ช่วงแรกไม่เข้าใจสาเหตุ แอบเศร้า น้อยใจ
ว่าทำไมเป็นเรา แต่เมื่อโตขึ้นจึงเข้าใจว่าเกมฟุตบอลมันมีอะไรมากกว่าที่เราคิด
ไม่ใช่ว่าเราเล่นไม่ได้ แต่มันคือเกม เกมที่ต้องตัดสินใจว่าจะเดินหมากอย่างไร
ใครเหมาะสมในแต่ละตำแหน่ง และทำอย่างไรจึงจะได้ผลการแข่งขันที่ดี
ผมได้เรียนรู้กับพ่ออย่างมาก
เมื่อโตขึ้น เป็นผู้ใหญ่ขึ้น ก็ได้เล่นให้กับทีมสถาบันที่ศึกษา แม้อาจเล่นบ้าง
หยุดบ้าง เพราะสมัยนั้นมีความเชื่อว่า กีฬาไม่อาจเป็นอาชีพได้ พัฒนาการจึงหยุดตรงนั้น
เหลือเพียงเล่นเพื่อความสนุก ไม่ได้เล่นเพื่อต่อยอดเป็นอาชีพ
จนถึงปัจจุบัน
แม้ผมจะห่างหายไปจากการเล่นฟุตบอลมานานหลังจากมีครอบครัว
และอุบัติเหตุที่คาดไม่ถึง (เอ็นหลังหัวเข่าฉีก) ทำให้ผมไม่สามารถลงสนามได้อีกเลย
แต่ด้วยหัวใจที่มอบให้กับสิ่งที่รักแล้วและไม่อาจทอดทิ้งไปได้ จึงขอมีส่วนร่วมในการแลกเปลี่ยนความคิดเกี่ยวกับฟุตบอลกับทุกๆ
ท่านที่มีสิ่งที่รักเหมือนกัน
แล้วพบกันกับบทความต่อๆ ไปครับ... Football In
Love



ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น