วันจันทร์ที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2557

เก็บตก Community Shield 2014

         นั่งดูเกม Community Shield ระหว่างแมนเชสเตอร์ ซิตี้ แชมป์เก่าพรีเมียร์ลีก กับ อาร์เซน่อลแชมป์เอฟเอคัพ ปีที่แล้ว  ทำให้เกิดประเด็นที่อยากจะเขียนหลายเรื่อง ขอรวมใว้ในพื้นที่นี้แล้วกันครับ

          ในเรื่องของผลการแข่งขันทุกคนคงทราบว่าเป็นอย่างไร แชมป์แรกของปีตกเป็นของไอ้ปืนใหญ่ โดยที่ผลการแข่งขันนั้นเป็นไปตามรูปแบบของเกมที่เกิดขึ้น คือทีมแชมป์เป็นฝ่ายครอบครองเกมได้มากกว่า ฟิตกว่า เล่นเป็นทีมกว่า ผล 3-0 ก็สมเหตุสมผลดีครับ



          ทรงบอลของอาร์เซน่อลออกมาในรูปแบบเดิมคือการออกบอลจากเท้าสู่เท้าแล้วหาจังหวะทะลุช่อง ซึ่งดูแล้วแผงหลังตัวกลางของซิตี้มีช่องเยอะมาก ทั้งโบยาต้าและนาสตาชิช (ไม่ใช่คู่ตัวจริง) โดย 2 ประตูแรกที่ได้จากกาซอร์ล่าและแรมซี่ก็มาจากจังหวะการแทงทะลุช่องแล้วเติมจากแถวสอง การเข้าทำแบบนี้เกิดขึ้นหลายครั้งในฤดูกาลที่แล้ว ส่วนลูกที่สามต้องให้เครดิตกับพี่สุดหล่อชีรูด์กับประตูสุดสวย (นานๆ มีที)

          ส่วนด้านผู้แพ้อย่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ก่อนเปิดฤดูกาลคงต้องปรับจูกันอีกค่อนข้างเยอะ ทั้งรูปแบบการเล่นและผู้เล่นใหม่ทีได้มา อย่างที่รู้กันว่าฤดูกาลนี้ ซิตี้ โดนจำกัดเรื่องการใช้เงินเพราะทำผิดกฎ ไฟแนนเชียล แฟร์ เพลย์ ทำให้การซื้อตัวผู้เล่นไม่หวือหวามาก ได้มาเพียง เฟอร์นานโด (12 ล้านปอนด์), กาบายาโร่ (4.4 ล้านปอนด์), แฟร้งค์ แลมพาร์ด (ยืมตัว) และ บาเกรี่ ซานญ่า (ฟรี) ส่วนที่กำลังจะได้คือเอเมียเรีย มองโกล่า เซนเตอร์ฮาล์ฟ จากเอฟซีปอร์โต้ (ประมาณ 32 ล้านปอนด์) แถมใน UCL ยังส่งผู้เล่นได้เพียง 21 คน นั่นทำให้ปฏิบัติการป้องกันแชมป์ทำได้ยากขึ้น เห็นได้ชัดจากฟอร์มการเล่นในช่วงอุ่นเครื่องและความพ่ายแพ้ในเกมนี้



          ส่วนผู้ชนะอย่างเจ้าปืนใหญ่อาร์เซน่อล ถาดแชมป์นี้ถือเป็นการเอาฤกษ์เอาชัยก่อนฤดูกาลใหม่จะเริ่มขึ้น โดยที่กองเชียร์ยิ้มได้อย่างมีความสุขกับการเสริมทัพที่ไม่เคยเห็นมาก่อน ซึ่งเริ่มเห็นจากฤดูกาลที่แล้วกับ 42.5 ล้านปอนด์เพื่อสำหรับนักเตะเพียงคนเดียวอย่าง เมซุต โอซิล และตามสบทบเพิ่มในฤดูกาลนี้อย่าง อเล็กซิส ซานเชส (35 ล้านปอนด์) มาติเยอ เดบูชี่(10 ล้านปอนด์), คัลลั่ม แชมเบอร์ (12 ล้านปอนด์) และ ดาวิด ออสปิน่า (3.2 ล้านปอนด์) เป็นการเสริมทัพที่ค่อนข้างเยี่ยมทีเดียว กระบวนการต่อเป็นเป็นหน้าที่ของอาร์แซน เวนเกอร์ที่จะต้องจัดระบบทีมและพัฒนาตัวผู้เล่นให้แข็งขึ้นกว่าเดิม เพื่อเป้าหมายสูงสุดที่วางไว้



          ส่วนหลังเกมมีเรื่องที่อยากกล่าวถึงนิดหน่อยกับอดีตนักเตะของอาร์เซน่อลอย่าง ซามีร์ นาสรี่ ที่กล่าวไว้หลังเกมว่าด้วนเรื่องของการโดนโห่ (ได้ยินชัดมาก) ว่าองเชียร์อาร์เซน่อลทำตัวงี่เง่าที่โห่ใส่ตน เพราะเชื่อว่าการย้ายทีมเป็นความผิดของเขา โดยการให้เหตุผลว่าเป็นความก้าวหน้าของอาชีพ และตัวเขาไม่ใช่แฟนอาร์เซน่อล และมาจากลอนดอน ซึ่งเหตุผลที่ว่าเป็นความก้าวหน้าของอาชีพนี่พอฟังได้ แต่การจะบอกว่าไม่ใช่แฟนอาร์เซน่อลนี่ฟังแล้วมันเหมือนจะสะกิดไปโดนตุ่มโห่ของแฟนๆ ปืนโตเหมือนกันนะครับ เพราะอย่าลืมว่านาสรี่มีทุกวันนี้ได้ส่วนหนึ่งมาจากตัวของเวนเกอร์และสำคัญคือเหล่าแฟนบอลผู้จงรักพักดีต่อทีมและผู้เล่นนั่นเอง การกล่าวเช่นนี้คงเป็นการตัดบัวไม่เหลือใยไปเลยสำหรับนาสรี่กับกองเชียร์ทั้งหลาย



          ส่วนการบอกว่ามีเพียงเชลซีเท่านั้นที่ต้องขับเคี่ยวแย่งแชมป์กับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ และอาร์เซน่อลยังไม่ดีพอสำหรับคำว่าแชมป์ โดยมองว่าเดอะ กันเนอร์อ่อนเกมรับและซื้อตัวผู้เล่นไม่ฉลาด เขามองว่าอเล็กซิส ซานเชส เป็นนักเตะคุณภาพ แต่ที่นี่คือพรีเมียร์ลีกอังกฤษ หาใช่ ลา ลีกา ที่ตะโชว์ความสามารถได้ในระดับนั้น

          แต่นาสรี่กลับบอกว่าผู้เล่นอย่าง ดีเอโก้ คอสต้า, ฟิลิปเป้ ลุยส์ และ เชส ฟาเบรกาส เป็นผู้เล่นที่มีคุณภาพ และเป็นการเสริมทัพของเชลซีที่เข้าตามาก เพราะมาจากลีกที่แข็งอย่าง ลา ลีกา สเปน


          เอ่อ..พี่นาสรี่ครับ เหมือนคุณพี่จะสองมาตรฐานเลยนะครับ...คุณว่ามั้ย

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น